การคืนสู่สุขภาวะ

การคืนสู่สุขภาวะ

             Recovery เป็นแนวทางการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชที่มีมาในประเทศพัฒนาแล้ว เช่นในสหรัฐอเมริกา มาประมาณ 30 กว่าปีแล้ว แนวทางนี้จะมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง แล้วกลับมามีชีวิตที่เป็นสุขและมีความหมาย  ในการรักษาจะไม่เพียงใช้แต่ยา แต่จะเป็นการฟื้นฟูโดยรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้ามามีส่วนร่วมในเส้นทางสู่สุขภาวะของตัวเอง ได้มีส่วนตัดสินใจ ลงมือทำ และรับผิดชอบในชีวิตของตัวเอง 

             หนึ่งในงานของผู้ที่สนับสนุนแนวทางการคืนสู่สุขภาวะนี้คือการหักล้างตราบาปในสังคม แม้กระทั่งในวงการการแพทย์เอง ที่อาจมีความเชื่อว่าผู้ป่วยจิตเวชจะไม่สามารถดีขึ้นได้ ไม่สามารถทำงานและมีจุดยืนในสังคมได้อย่างคนอื่นๆ  หนึ่งในผู้สนับสนุนนี้คือแพท ดีแกน ชาวอเมริกันคนหนึ่งที่ถูกวินิจฉัยเป็นโรคจิตเภท  เธอได้เล่าว่าการที่เธอถูกวินิจฉัยเมื่อยังเป็นวัยรุ่น เหมือนกับทำให้ชีวิตเธอจบลงเลย คุณหมอได้เพียงอ่านจากตำราว่าผู้ป่วยโรคนี้จะไม่มีทางดีขึ้น แปลว่าเธอจะไม่ดีขึ้น  เขาบอกเธอให้ว่าต้องพึ่งประกันสังคมตลอดชีวิต ในเวลานั้นที่เธอเห็นเพื่อนๆ เข้าเรียนในมหาลัยกัน เธอจำต้องลาออกจากชีวิต เธอใช้เวลานานกับความยากลำบากของทั้งโรค และความที่บริบทรอบด้านไม่เอื้อต่อการที่เธอจะดีขึ้น  

             แต่แล้วเธอก็ค่อยๆดีขึ้น  จากที่นั่งสูบบุหรี่ทั้งวัน เธอเริ่มต้นก้าวเล็กๆ ที่จะออกจากบ้านไปซุปเปอร์มาร์เกตกับคุณป้า แล้วเธอก็เริ่มเข้าเรียนที่วิทยาลัยชุมชน เรียนปริญญาตรี โท เอก จนได้จบเป็นดอกเตอร์ด้านจิตวิทยา ตอนนี้ จากการผ่านประสบการณ์จริงที่เป็นหลักฐานประจักชัด เธอทำงานสนับสนุน Recovery ยืนยันต่อทุกคนว่าผู้ป่วยจิตเวชสามารถคืนสู่สุขภาวะได้จริง อาจมีอุปสรรคมากมายทั้งที่เป็นอาการของโรคทั้งที่เป็นตราบาปในสังคม แต่พวกเขาสามารถเดินในเส้นทางสู้ความสุขของชีวิตนี้ได้เหมือนคนปกติ

             จากงานการเป็นปากเป็นเสียงของแพทและผู้หวังดีอีกหลายคน ระบบบริการสุขภาพจิตก็ค่อยๆ เปลี่ยน จาก Medical model ที่เน้นในเรื่องการรักษาอาการเป็นหลัก เป็น Recovery model ที่มุ่งเน้นการคืนสู่สุขภาวะ  คุณหมอจากที่เคยถามว่าคุณมีอาการหรือความบกพร่องทางจิตอย่างไร ก็เปลี่ยนมาถามว่า คุณอยากทำอะไร มุ่งไปในทางสร้างสรรค์และเป็นบวก แทนที่จะแก้จุดด้อย ก็พัฒนาจุดแข้ง บริการสุขภาพจิตอื่นๆ ก็ค่อยๆ เอื้ออำนวยให้ผู้ป่วยได้พัฒนาตัวเองโดยรอบด้านและสนับสนุนการกลับสู่สังคมและหน้าที่การงาน  จากที่ผู้ป่วยเคยหมดหวังหลังจากถูกวินิจฉัย ก็กลับมามีความหวังในเส้นทางของตัวเอง

             ที่ Living แทบจะเรียกได้ว่าเราเป็นที่แรกในเมืองไทยที่นำแนวทาง Recovery มาใช้อย่างเต็มที่ เราเรียกสมาชิกของเราว่า PIR (Person in Recovery) แทนที่จะเรียกว่าผู้ป่วย หนึ่งในหลักการที่เราอ่านกันทุกวันคือ มองคนเป็นคน ทุกคนเท่าเทียมกัน ความป่วยเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเขา แต่เขายังมีด้านอื่นๆ ของความเป็นคน เขามีความรู้สึก ความนึกคิด เหมือนกับคนปกติ ดังนั้นเขาควรได้รับโอกาสเหมือนกับคนปกติ  โอกาสในการเรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตในสังคม ที่ Living เรายังเป็นที่แรกที่เป็น Peer-oriented service คือขับเคลื่อนโดย Peer หรือ “เพื่อนร่วมทาง”  เพื่อนร่วมทางก็คือผู้ป่วยนี่เอง ผู้ป่วยที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง จนสามารถช่วยเหลือเพื่อนๆ คนอื่นได้  เป็นความหวังให้กับกันและกันในการเดินต่อไป  

             Living เราก็เป็นอีกแรงหนึ่ง อีกกำลังหนึ่งในการขับเคลื่อนแนวทาง Recovery นี้ในเมืองไทย งานที่เราทำอยู่คือพัฒนาชีวิตผู้ป่วยจิตเวชโดยรอบด้าน ให้เป็นคนดีของสังคม เป็นคนที่มีคุณภาพทั้งด้านความสามารถและด้านความดีของจิตใจ เพื่อพัฒนาประเทศเราให้อุดมสมบูรณ์ มากด้วยโอกาส และเป็นสุข

 

การคืนสู่สุขภาวะจากโรคไบโพลาร์
การคืนสู่สุขภาวะจากโรคจิตเภท
article3