แนะนำ Living

Living คือ อะไร?

               Living หรือ สมาคมเสริมสร้างชีวิต เปิดพื้นที่ให้ผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องการคืนสู่สุขภาวะได้มาพัฒนาตนเองด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ  เพื่อยืนหยัดอย่างมีคุณค่าในสังคม โดยใช้หลักการคืนสู่สุขภาวะและให้บริการโดยเพื่อนร่วมทาง (Peer Supporters) เป็นหลัก

 

ที่มาของ Living

               Living เกิดจากการริเริ่มจากผู้ดูแลท่านหนึ่ง ซึ่งได้เรียนรู้หลักสูตร “สายใยครอบครัว” ทำให้เห็นความจำเป็นของการช่วยสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้คืนสู่สุขภาวะ จึงได้อุทิศอาคารสถานที่ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการนี้ โดยได้ร่วมมือกับ พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์  ผู้ดูแล และผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มหนึ่ง มาเริ่มดำเนินงานตั้งสมาคมเสริมสร้างชีวิตและศูนย์เสริมสร้างชีวิต ให้บริการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2559   และได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นสมาคม เมื่อวันที่ 20  กันยายน  2559

 

ทำไมถึงชื่อ Living?

               Living แปลว่า  “มีชีวิต”  องค์กรให้ความสำคัญกับการมีชีวิตอย่างมีคุณค่า  ชีวิตของผู้ป่วยจิตเวชทุกคนมีคุณค่ามีสิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับทุกคน สามารถเติบโตและกลับมาเป็นผู้ให้สิ่งที่มีความหมายต่อสังคมได้ (contribute meaningfully to society)

               ในอีกนัยหนึ่ง  Make A Living แปลว่า  การสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ Living  คือ การฝึกให้สมาชิกสามารถพึ่งตัวเอง และยืนหยัดเลี้ยงชีพได้ตามศักยภาพของตนเองในสังคม

 

Living ต่างจากบริการสุขภาพจิตอื่นอย่างไร?

               Living ใช้หลักการ Recovery หลักการนี้เชื่อว่าทุกคนสามารถคืนสู่สุขภาวะได้ การเจ็บป่วยเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตบุคคล  Living จึงมุ่งพัฒนาจุดแข็ง สร้างสรรค์ความหวังและความรับผิดชอบ  Living ใช้หลัก Peer Support หรือ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ในการขับเคลื่อนและสนับสนุนสมาชิก Living เน้นการเสริมสร้างให้ผู้ป่วยดำเนินชีวิตอิสระ และทำบทบาทหน้าที่ที่มีความหมายในสังคมได้

 

หลักการและความสัมพันธ์  (Living Recovery Center)

  1. ทุกคนเป็นคนที่มีคุณค่าเหมือนกัน  มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดีเหมือนกัน  เราจึงเคารพกันและกัน
  2. ทุกคนมีความฝัน  และสามารถใช้ความฝันที่มีขับเคลื่อนชีวิตได้
  3. ทุกคนมีชีวิตที่มีสุขภาวะได้  ด้วยการตัดสินใจ และลงมือทำด้วยตนเอง
  4. ความเจ็บป่วยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของบุคคล  ไม่ใช่เป็นทั้งหมดในชีวิตของบุคคลนั้น
  5. ให้ความสำคัญกับความรู้สึก  โดยซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเอง  และไวต่อการรับรู้ความรู้สึกของคนอื่น
  6. ทุกคนมีสิทธิ  มีเสียง  ทุกเสียงมีค่า  มีความหมาย
  7. เชื่อมั่นในตัวบุคคลว่าทุกคนมีจุดแข็ง  และสามารถพัฒนาในทิศทางบวกได้  แม้ว่าเขายังไม่เชื่อมั่นในตนเอง
  8. อยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความไว้วางใจ  โดยเป็นผู้ที่ไว้วางใจได้  และสามารถไว้วางใจผู้อื่นได้
  9. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เชื่อมโยงกันแบบใจถึงใจ
  10. ทุกอาการมีความหมาย เรายอมรับและอยู่ร่วมกันได้

 

คณะกรรมการอำนวยการ

  • นางสมรัก ชูวานิชวงศ์  นายกสมาคม
  • นางรัชนี แมนเมธี   อุปนายกสมาคม
  • นางสันทนา อมรไชย  เหรัญญิก
  • นางสุภัตรา เชาวน์วิทยางกูร   นายทะเบียน
  • นางสาวเครือวัลย์ เที่ยงธรรม   เลขานุการ